You are using an outdated browser. For a faster, safer browsing experience, upgrade for free today.

ขั้นตอน Legalization แทน Apostille สำหรับคนไทย

ขั้นตอน Legalization แทน Apostille สำหรับคนไทย

การเดินทางไปทำงาน เรียนต่อ แต่งงาน หรือทำธุรกิจในต่างประเทศ มักต้องใช้ เอกสารราชการจากประเทศไทย เช่น สูติบัตร ปริญญาบัตร หนังสือรับรองบริษัท หรือเอกสารทางกฎหมายต่าง ๆ แต่เอกสารเหล่านี้จะไม่สามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้ทันที หากยังไม่ได้ผ่านขั้นตอน การรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ (Document Legalization)

หลายคนมักค้นหาคำว่า “Apostille คืออะไร”, “รับรองเอกสาร Apostille”, หรือ “รับรองเอกสารไปต่างประเทศ” แต่ในความเป็นจริง ประเทศไทยยังไม่ได้ใช้ระบบ Apostille อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นคนไทยจึงต้องใช้ขั้นตอน Legalization ผ่านกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตของประเทศปลายทาง แทน

บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่า

  • Apostille คืออะไร
  • คนไทยต้องใช้ Legalization อย่างไร
  • ขั้นตอนการรับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย โปแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร (UK) 

Apostille คืออะไร?

Apostille คือการรับรองเอกสารตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เรียกว่า Hague Apostille Convention 1961 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขั้นตอนการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ โดยให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้เอกสารระหว่างกันได้ด้วยตรารับรองเพียงครั้งเดียวที่เรียกว่า “Apostille” 

เมื่อเอกสารได้รับ Apostille แล้ว ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ของอนุสัญญาจะถือว่าเอกสารนั้นได้รับการรับรองความถูกต้องแล้ว เช่น

  • ลายเซ็นของเจ้าหน้าที่
  • ตำแหน่งของผู้ลงนาม
  • ตราประทับของหน่วยงานราชการ

ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกกว่า 120 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น

ประเทศไทยทำ Apostille ได้หรือไม่?

คำตอบคือ

ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ออก Apostille สำหรับเอกสารทั่วไป

แม้ว่าในเดือน ธันวาคม 2025 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการเข้าร่วม Apostille Convention แล้ว แต่ยังต้องมีขั้นตอนทางกฎหมายก่อนที่ระบบ Apostille จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ (อ้างอิงข่าวจากกระทรวงต่างประเทศ https://www.mfa.go.th/en/content/thailand-accession-to-the-apostille-convention-2?utm_source=chatgpt.com )

ดังนั้นในช่วงเวลานี้
เอกสารจากประเทศไทยที่ต้องใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านขั้นตอน “Legalization” แบบเดิม ซึ่งประกอบด้วยการรับรองจากหลายหน่วยงาน

Legalization คืออะไร?

Legalization คือกระบวนการรับรองเอกสารหลายขั้นตอน เพื่อยืนยันว่าเอกสารนั้นออกโดยหน่วยงานที่ถูกต้อง และสามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้

โดยทั่วไปเอกสารจากประเทศไทยต้องผ่านขั้นตอนดังนี้

1️⃣ รับรองลายเซ็นหรือเอกสารโดยหน่วยงานต้นทาง หรือทนายความผู้รับรองเอกสาร (Notarial Services Attorney)
2️⃣ รับรองโดย กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
3️⃣ รับรองโดย สถานทูตของประเทศปลายทาง (เช่น สถานทูตเนเธอร์แลนด์)

กระบวนการนี้เรียกว่า Legalization ซึ่งยังคงใช้ในประเทศไทยจนกว่าจะมีการใช้ Apostille อย่างเป็นทางการ

เอกสารที่มักต้องรับรองเพื่อใช้ในต่างประเทศ

ตัวอย่างเอกสารที่ต้องทำ Legalization หรือ Apostille ได้แก่

เอกสารทะเบียนราษฎร์

  • สูติบัตร
  • ทะเบียนสมรส
  • ใบหย่า
  • ใบรับรองสถานะโสด
  • มรณะบัตร
  • หนังสือเดินทาง 

เอกสารการศึกษา

  • ปริญญาบัตร วุฒิการศึกษา
  • Transcript ใบเกรด ใบผ่านการฝึกงาน วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร  
  • หนังสือรับรองจากมหาวิทยาลัย วิทยาลัยการอาชีพ, วิทยาลัยเทคนิค, วิทยาลัยสารพัดช่าง, วิทยาลัยพณิชยการ, วิทยาลัยเทคโนโลยี (เอกชน) และสถาบันการอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

เอกสารทางธุรกิจ

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ เช่น ข้อบังคับบริษัท บริคณห์สนธิ หนังสือรับรองการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ห้างหุ้นส่วน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บัตรส่งเสริมการลงทุน หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 
  • เอกสารทางภาษี เช่น ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ 20 แบบคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ 09
  • เอกสารเกี่ยวกับแรงงาน เช่น สัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน 

เอกสารทางกฎหมาย

  • หนังสือรับรองความประพฤติ หนังสือประวัติอาชญากรรม 
  • เอกสารศาล คำพิพากษา คำสั่งศาล 
  • เอกสารรับรองจากทนาย หน่วยงานราชการ

เอกสารเหล่านี้มักใช้ในการ

  • ขอวีซ่า
  • แต่งงานกับชาวต่างชาติ
  • สมัครงานต่างประเทศ
  • เรียนต่อต่างประเทศ
  • ทำธุรกิจหรือจดทะเบียนบริษัทในต่างประเทศ

ขั้นตอนการรับรองเอกสารสำหรับใช้ในประเทศที่ร้องขอการรับรองแบบ apostille 

สำหรับผู้ที่ต้องใช้เอกสารใน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ขั้นตอนโดยทั่วไปจะเป็นดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสารต้นฉบับ

เช่น สูติบัตร ปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองบริษัท

ขั้นตอนที่ 2 แปลเอกสาร

โดยปกติเอกสารต้องแปลเป็น

  • ภาษาอังกฤษ
    หรือ
  • ภาษาดัตช์ (Dutch) หรับประเทศเนเธอแลนด์

ทั้งนี้ หากเอกสารสามารถขอคัดจากหน่วยงานราชการเป็นภาษาอังกฤษได้ แนะนำให้คัดเป็นภาษาอังกฤษมาเลย หรือหากจะแปล คำแปลและโครงสร้างรูปแบบเอกสารและคำศัพท์จะต้องถูกต้องตรงกันกับมาตรฐานของกระทรวงต่างประเทศเท่านั้น จึงจะผ่านการรับรอง

ขั้นตอนที่ 3 รับรองเอกสารโดยกระทรวงการต่างประเทศ

กรมการกงสุลจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร

ขั้นตอนที่ 4 รับรองโดยสถานทูตประเทศปลายทาง

เช่น สถานทูตเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย โปแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร (UK) เพื่อให้เอกสารสามารถใช้ได้ในประเทศนั้น

ทำไมการรับรองเอกสารจึงสำคัญ

การนำเอกสารจากประเทศหนึ่งไปใช้ในอีกประเทศหนึ่ง จำเป็นต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อป้องกันเอกสารปลอม หรือการปลอมแปลงเอกสาร

หากเอกสารไม่ได้ผ่านขั้นตอนการรับรองอย่างถูกต้อง อาจทำให้

  • การยื่นวีซ่าถูกปฏิเสธ
  • การสมัครงานหรือเรียนต่อล่าช้า
  • การดำเนินธุรกิจต่างประเทศมีปัญหาทางกฎหมาย

ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญช่วยรับรองเอกสารดีกว่าอย่างไร

การดำเนินการ Legalization อาจมีรายละเอียดหลายขั้นตอน เช่น

  • การเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง
  • การแปลเอกสารอย่างเป็นทางการ
  • การประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ
  • การรับรองกับสถานทูต

การใช้บริการผู้เชี่ยวชาญช่วยดำเนินการสามารถช่วยให้

✔ ลดความผิดพลาดของเอกสาร
✔ ลดระยะเวลาในการดำเนินการ
✔ ป้องกันเอกสารถูกปฏิเสธ
✔ ดำเนินเรื่องได้รวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย

บริการรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ

หากคุณต้องการ

  • รับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศ
  • รับรองเอกสารสำหรับยื่นวีซ่า
  • รับรองเอกสารสำหรับประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย โปแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร (UK)
  • แปลเอกสารราชการ
  • ตรวจสอบขั้นตอน Legalization

ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยดำเนินการอย่างครบขั้นตอน เพื่อให้เอกสารของคุณสามารถใช้ในต่างประเทศได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยสามารถทักแชทที่อยู่ทางด้านขวา หรือตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด)

โดยสามารถทักแชทที่อยู่ทางด้านขวา หรือตามช่องทางต่อไปนี้ (ไลน์จะตอบไวที่สุด)

📧 Email: wpk.notary@gmail.com

📍 Facebook: WPK Notary

📲 Line: @519clses