ในทางปฏิบัติ หนึ่งในเอกสารด้านแรงงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสถานประกอบการในประเทศไทย คือ “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน” ซึ่งเป็นเอกสารที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดทำ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการทำงานให้ชัดเจน และใช้เป็นกรอบเดียวกันในการบริหารแรงงานภายในองค์กร
บทความนี้จะอธิบายว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานคืออะไร ต้องจัดทำเมื่อใด ต้องมีเนื้อหาใดบ้าง และมีหน้าที่ต้องยื่นต่อหน่วยงานของรัฐหรือไม่ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานคืออะไร
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน คือ เอกสารที่นายจ้างจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการทำงานระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างภายในสถานประกอบการ เช่น เวลาทำงาน วันหยุด การลา วินัยและโทษทางวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง เป็นต้น
ข้อบังคับดังกล่าวมีสถานะเป็นเอกสารทางกฎหมายที่ใช้บังคับภายในองค์กร และมีผลผูกพันทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ตราบเท่าที่เนื้อหาไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
นายจ้างต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเมื่อใด
ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
นายจ้างที่มี ลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป มีหน้าที่ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นหนังสือ โดยต้องดำเนินการ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด และต้องใช้บังคับจริงภายในสถานประกอบการ หากต่อมามีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ นายจ้างก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต้องมีเนื้อหาอะไรบ้าง
กฎหมายกำหนดให้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต้องมีสาระสำคัญอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
- วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาทำงานล่วงเวลา
- วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุดงาน
- หลักเกณฑ์การลา (เช่น ลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อนประจำปี)
- การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด
- วินัยและโทษทางวินัย
- ขั้นตอนการร้องทุกข์
- การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และสิทธิอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เนื้อหาทั้งหมดต้องไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หากกำหนดเงื่อนไขที่ด้อยกว่ากฎหมาย เงื่อนไขนั้นจะไม่มีผลใช้บังคับ
ต้องนำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานไปยื่นกรมแรงงานหรือไม่
คำตอบคือ ต้องยื่น
เมื่อนายจ้างจัดทำหรือแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแล้ว จะต้อง
- ยื่นสำเนาข้อบังคับ ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในท้องที่
- ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เริ่มใช้ข้อบังคับนั้น
นอกจากนี้ นายจ้างยังต้อง ประกาศและปิดข้อบังคับ ไว้ ณ สถานที่ทำงานในตำแหน่งที่ลูกจ้างสามารถเห็นและเข้าถึงได้โดยสะดวก เพื่อให้ลูกจ้างรับทราบสิทธิและหน้าที่ของตนอย่างชัดเจน
หากไม่จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน มีความผิดหรือไม่
นายจ้างที่มีหน้าที่ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่ไม่จัดทำ หรือไม่ยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงาน อาจมีความผิดตามกฎหมาย และมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทแรงงาน เนื่องจากไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการบริหารงานบุคคล
สรุป
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานไม่ใช่เพียงเอกสารภายในองค์กรเท่านั้น แต่เป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นายจ้างควรจัดทำให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของตน เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายในระยะยาว
หากต้องการให้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับการดำเนินงานจริงขององค์กร การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานย่อมช่วยลดปัญหาและข้อพิพาทในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริการของเรา
WPK Notary and Translation Services เป็นสำนักงานกฎหมายที่ให้บริการอื่นนอกเหนือจากบริการด้านการแปลและรับรองเอกสารด้วย สำนักงานของเรามีทนายความผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน และ บริการร่างสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน และ หนังสืออื่นๆเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน เช่น
- ร่างสัญญาจ้างงาน (ถาวร มีกำหนดระยะเวลา)
- ร่างข้อบังคับการทำงานตามกฎหมายแรงงาน
- ร่างแบบฟอร์มหนังสือเตือน หนังสือเลิกจ้าง หนังสือลางาน และ อื่นๆ
- ให้คำปรึกษากฎหมายแรงงาน และ แรงงานสัมพันธ์
ติดต่อเราได้เลย หรือ ทิ้งคำถามไว้ แล้วเราจะตอบกลับโดยเร็ว หรือทักมาตามช่องทางดังต่อไปนี้
📧 wpk.notary@gmail.com
📲 Line: @519clses
📍 Facebook: WPK Notary