ความเสี่ยงทางกฎหมายและธุรกิจที่องค์กรไม่ควรมองข้าม
ในโลกธุรกิจที่ต้องติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศมากขึ้น การจัดทำ สัญญาหลายภาษา (Bilingual / Multilingual Contract)
เช่น สัญญาภาษาไทย–อังกฤษ หรือภาษาอังกฤษ–ภาษาอื่น กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับบริษัทและ SME จำนวนมาก
วัตถุประสงค์ของสัญญาหลายภาษา คือ เพื่อให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายเข้าใจเนื้อหาในภาษาที่ตนถนัด และลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร รวมถึงในทางกฎหมายจะทำให้มีความชัดเจนในเนื้อหา การบังคับใช้ การตีความ ผลกระทบทางกฎหมายหรือภาระผูกพันที่ชัดเจนในฝ่ายภาษาของคน
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติปัญหาที่พบได้บ่อยและก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ คือ ข้อความในสัญญาแต่ละภาษาไม่ตรงกัน ซึ่งอาจส่งผลทั้งในมิติของ
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย
- ความเสี่ยงทางธุรกิจ
- และการบังคับใช้สัญญาเมื่อเกิดข้อพิพาทจริง
📌สัญญาหลายภาษา ≠ เอกสารแปลธรรมดา
หลายองค์กรยังมองว่าสัญญาหลายภาษาเป็นเพียง “สัญญาฉบับเดียวกันที่แปลอีกภาษาไว้ใช้อ้างอิง”
แต่ในทางกฎหมาย สัญญาคือเครื่องมือที่ใช้
- กำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา
- จัดสรรความเสี่ยง (risk allocation)
- วางกลไกการระงับข้อพิพาท (dispute resolution)
ดังนั้น ถ้อยคำแต่ละคำในสัญญา ย่อมมีผลต่อ ความแน่นอนของสัญญา (contractual certainty)
และ ความสามารถในการบังคับใช้ (enforceability)โดยตรง
หากข้อความในแต่ละภาษาให้ความหมายหรือผลทางกฎหมายไม่ตรงกัน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ในเชิงภาษาแต่คือความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างแท้จริง
⚠️แปลสัญญาคลาดเคลื่อน = เปลี่ยน risk allocation ทั้งฉบับ
การแปลสัญญาไม่ใช่การถอดคำตามพจนานุกรม แต่เป็นการถ่ายทอด “เจตนารมณ์ทางกฎหมาย” ของคู่สัญญา
คำแปลที่ทำให้
- หน้าที่ของฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้น
- สิทธิของอีกฝ่ายลดลง
- หรือมาตรฐานความรับผิดเปลี่ยนไป
อาจทำให้สมดุลของความเสี่ยงในสัญญาเปลี่ยนไปจากที่คู่สัญญาตั้งใจตั้งแต่ต้น
ในทางธุรกิจ สิ่งนี้อาจส่งผลต่อ
- ต้นทุนที่ไม่คาดคิด
- ความรับผิดที่ไม่ได้ประเมินไว้
- หรือความเสียเปรียบเมื่อเกิดข้อพิพาท
🔍ตัวอย่างถ้อยคำในสัญญาที่แปลผิดแล้ว “เสี่ยงจริง”
1️⃣ Shall / May
ในสัญญาภาษาอังกฤษ
- Shall หมายถึง “ต้องกระทำ” เป็นข้อผูกพัน
- May หมายถึง “มีสิทธิ” แต่ไม่จำเป็นต้องใช้
หากแปล shall เป็น “อาจ” ข้อผูกพันตามสัญญาอาจกลายเป็นเพียงทางเลือกและกระทบต่อการบังคับใช้สัญญาโดยตรง
2️⃣ Best Efforts / Reasonable Efforts
คำเหล่านี้ไม่มีคำแปลภาษาไทยที่ตายตัวและต้องพิจารณาตามบริบทของสัญญาและธุรกิจ
การแปลเหมารวมว่า “พยายามอย่างดีที่สุด” อาจทำให้ฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระความรับผิดสูงกว่าที่คู่สัญญาตั้งใจจริง
3️⃣ Material Breach
Material breach ไม่ใช่เพียง “การผิดสัญญา” ทั่วไป แต่หมายถึงการผิดสัญญาที่มีนัยสำคัญ
จนอีกฝ่ายอาจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือใช้สิทธิตามข้อ dispute resolution ได้ทันที
การแปลไม่ชัดเจน อาจเปลี่ยนสิทธิในสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ
⚖️แนวคำพิพากษาศาลฎีกา: คำแปลอาจกลายเป็นข้อเท็จจริงในคดี
แนวคิดเรื่องความสำคัญของคำแปลปรากฏชัดในแนวคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2504 ศาลวินิจฉัยว่า
เมื่อมีการยื่นเอกสารภาษาต่างประเทศพร้อมคำแปลที่รับรองความถูกต้องและไม่มีการโต้แย้งแก้ไขคำแปลก่อนเสร็จสำนวนศาลย่อมต้องยึดถือ คำแปลนั้นเป็นฐานในการพิจารณาคดี แม้เนื้อหาตามต้นฉบับภาษาต่างประเทศจะเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ตาม
แนวคำพิพากษานี้สะท้อนให้เห็นว่า ในทางปฏิบัติ ศาลไม่สามารถรับรู้ต้นฉบับภาษาต่างประเทศได้โดยตรง แต่ต้องอาศัยคำแปลเป็นตัวกลางของข้อเท็จจริง เมื่อเชื่อมโยงกับสัญญาหลายภาษาย่อมเห็นได้ว่า หากสัญญาถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี
คำแปลของสัญญาอาจเป็นสิ่งที่ศาลยึดถือและส่งผลต่อผลแห่งคดีโดยตรง
🤖ทำไมไม่ควรใช้ Google Translate หรือ AI กับสัญญาหลายภาษา
แม้เครื่องมือแปลอัตโนมัติจะสะดวกและรวดเร็ว แต่ไม่เหมาะกับ legal contract translation เพราะ
- ไม่เข้าใจโครงสร้างสัญญา หรือบริบทเจตนารมณ์ของคู่สัญญา
- ไม่ประเมินผลทางกฎหมายของถ้อยคำให้เหมาะสมกับพื้นฐานทางกฎหมาย
- ไม่เชื่อมโยงข้อสัญญาและความเสี่ยงโดยรวม
- ไม่สามารถรับผิดชอบหากเกิดข้อพิพาทจริง
- ในหลายครั้ง เครื่องมือเหล่านี้มักใส่ข้อความเกินจากต้นฉบับ หรือลดลงจากต้นฉบับ หรือเพียงแต่สรุปความอย่างคร่าวๆ ทำให้ข้อความไม่ถูกต้องและเกิดความเสียหายได้
สำหรับสัญญาทางธุรกิจ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในคำแปล อาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
📌สัญญาหลายภาษา ต้อง “ตรงกันในเชิงกฎหมาย”
สัญญาที่ดีสำหรับองค์กร ไม่ใช่แค่สัญญาที่อ่านเข้าใจง่าย แต่ต้องเป็นสัญญาที่
- ข้อความทุกภาษาสะท้อนเจตนารมณ์เดียวกัน
- ลดความเสี่ยงในการตีความต่าง
- สามารถบังคับใช้ได้จริงเมื่อเกิดข้อพิพาท
- สร้างความแน่นอนทางกฎหมาย (contractual certainty)
โดยเฉพาะสำหรับบริษัทและ SME สัญญาหลายภาษาที่แปลไม่ตรงกัน อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในระยะยาว
📌บริการแปลและตรวจสอบสัญญาหลายภาษา
หากคุณกำลังมองหา ผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลและตรวจสอบสัญญาหลายภาษาที่เข้าใจทั้งโครงสร้างทางกฎหมายและการใช้งานทางธุรกิจ ได้แก่
- แปลสัญญาภาษาไทย–อังกฤษ และสัญญาหลายภาษา
- ตรวจสอบ bilingual / multilingual contract ว่าข้อความตรงกันหรือไม่
- ตรวจคำแปลสัญญาของคู่สัญญา ก่อนนำไปใช้จริง
- ปรับถ้อยคำให้สอดคล้องกับการบังคับใช้ทางกฎหมายและธุรกิจ
เพราะสัญญาที่ดี ต้องลดความเสี่ยง ไม่ใช่สร้างความเสี่ยงจากคำแปล
ทีมงานของเราประกอบด้วย ทนายความที่มีใบอนุญาตถูกต้อง มีความเชี่ยวชาญด้าน กฎหมายสัญญาและสัญญาระหว่างประเทศ พร้อมทักษะด้านภาษาและประสบการณ์ในงาน Legal Contract Translation & Review
สำนักงานจดทะเบียนประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าเอกสารทุกฉบับได้รับการดูแลอย่างรอบคอบ และพร้อมใช้งานในเชิงกฎหมายจริง
สามารถทักแชทมาปรึกษาเราได้ฟรีทางกล่องข้อความทางด้านขวา หรือช่องทางดังต่อไปนี้
📧 Email: wpk.notary@gmail.com
📍Facebook: WPK Notary
📲Line: @519clses